อยากรู้จักกันให้มากขึ้นไหมคะ ?
25 Random things about me
Rules:
Once you’ve been tagged, you are supposed to write a note with 25 random things, facts, habits, or goals about you. At the end, choose 25 people to be tagged. You have to tag the person who tagged you. If I tagged you, it’s because I want to know more about you. you are obviously exempt if you have already posted.
แต่เหมือนเดิมคือ ไม่ส่งต่อค่ะ
เคยอ่าน tag นี้จากไดอารี่คุณมิงค์ และมาเจออีกทีที่ไดพี่โบว์
เห็นแล้ว ต่อมความอยากก็กำเริบขึ้น ก็เลย ขอทำสักหน่อย คิดไว้นานแล้วล่ะ
tag นี้คือ เขียนเรื่องอะไรก็ได้เกี่ยวกับตัวเรา 25 ข้อ
ให้ random เรื่องที่จะเขียนไปเรื่อยๆ นึกไรออกก็อันนั้นแหล่ะ
นัยว่า ให้คนอ่านรู้จักเรามากขึ้น
เริ่มเลยล่ะกัน
1. ตอนนี้ (ที่เริ่มเขียน) อยู่บนเตียง เริ่มที่เรื่องการนอนก่อนล่ะกัน คือเป็นคนนอนไม่เหมือนคนปกติ จะชอบเอาหมอนข้างมาหนุนหัว และชอบเอาหมอนไปกอด เพราะฉะนั้นเลยต้องมีหมอนสัก 3-4 ใบบนเตียง
2. ตั้งแต่ตอนเรียน ป.ตรี ป.โท จะง่วงตอนกลางวันง่ายมาก แอบหลับในห้องก็บ่อย เรื่อยมาจนทำงานที่แรกและที่ที่สอง ทั้งๆที่นอนไม่ดึก ตื่นไม่เช้า ที่ทำงานใกล้บ้าน แต่ก็ต้องทานกาแฟแทบทุกวัน (แต่ก็ง่วงอยู่ดี) แต่พอมาทำงานที่นี่ ไม่ง่วงอีกเลย ไม่ได้ทานกาแฟด้วย แทบจะไม่เคยหลับตอนพักเที่ยง (ยกเว้นตอนป่วย) เรื่องนี้ยังคงเป็นปริศนาจนถึงทุกวันนี้
3. เป็นคนไม่ค่อยห่วงภาพพจน์ของตัวเองในเรื่องการกิน คือถ้าเรื่องงาน อะไรเนี่ย ไม่ได้ ต้องเนี้ยบ ต้องดี แต่เรื่องกินนี่ เต็มที่ทุกครั้ง อยากกินก็กิน เพื่อนป.ตรีเคยมอบตำแหน่ง เครื่องย่อยสลายทางชีวภาพ ให้ เนื่องจากไปเที่ยวกัน ต้มยำกุ้งมันเหลือ ไอ้เราก็เสียดาย (เงินทั้งนั้น สั่งมาแล้วนิ) กินไปกินมา นับกุ้งได้ 25 ตัว (นึกภาพว่า สมัยก่อนเบากว่านี้ 5 กก. แต่กินได้แบบ...-_-‘) ไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจ แต่ก็ยังคงกินเก่งจนถึงทุกวันนี้ (ถึงไม่ผอมไง)
4. ชอบดูเทนนิสเพราะนักเทนนิส แต่กลับไม่ชอบนักฟุตบอลและไม่ชอบดูบอล
5. รักเจ้าเมฆมากกว่าเจ้าหมอก เพราะหมอกเป็นหมาหน้าตาดี ไม่ต้องทำอะไร ก็มีคนมาเล่นด้วย มีคนมาสนใจมาอยู่แล้ว ในขณะที่เมฆ หน้าตาเหมือนหมาวัด และ/หรือ หมาข้างถนน เมฆทำงานหนัก ทั้งเห่าทั้งเฝ้าบ้าน คนถึงจะสนใจ ถึงจะได้รางวัล .... สะท้อนตัวเอง ว่าหน้าตาไม่ค่อยสวย ก็เลยต้องเหนื่อยกว่าคนอื่น ถึงจะโดดเด่นขึ้นมาได้ (เข้าใจหมา)
6. เคยสงสัยว่าตัวเองเป็นทอมเป็นดี้หรือเปล่า เพราะอยู่สตรีวิทย์ก็ชอบรุ่นพี่ที่เท่ห์ๆ มีรุ่นพี่มาชอบ มีรุ่นน้องมาจีบ และเพื่อนที่สนิทหันมาบอกว่า “ฉันรักแกว่ะ” .... ขอบคุณ นักร้องชายสมัยนั้น ที่ทำให้รู้ว่า เราก็ยังชอบผู้ชายอยู่นะ (แต่ยังชอบมองผู้หญิงสวยๆอยู่)
7. เริ่มชอบสิ่งที่เป็นญี่ปุ่น จากการฟังเพลง Last Chance ของ Something Else แล้วรู้สึกว่า มันโดนอ่ะ (ทั้งที่ฟังไม่รู้เรื่อง) จนบัดนี้ ก็ยังไม่เคยเห็นหน้าคนร้อง และไม่เคยหาใน google แม้แต่ครั้งเดียว จากนั้นก็ได้ดู The Ring ที่ฉายทาง ITV รู้สึกว่า พลอตมันดีอ่ะ ไม่เน่าเหมือนหนังไทย ... ไปๆมาๆ ก็เลยติดตามละครญี่ปุ่นตั้งแต่ตอนนั้น
8. มักจะเริ่มชอบอะไรที่ไม่ได้ซื้อหามาเอง ... ชอบพี่มอส ก็เพราะยืมเทปเพื่อนมา ชอบโคนัน เพราะไปหยิบการ์ตูนจากห้องชมรมมาอ่าน (เล่ม 14 ไม่ได้อ่านจากเล่ม 1 ด้วย) ... แต่จนตอนนี้ หมดตังค์ไปหลายหมื่นแล้ว เพิ่งจะคิดได้ว่า ไม่น่าเลย
9. เป็นคนที่ไม่ค่อยอยากได้อะไร แต่ถ้าอยากได้ขึ้นมา แม้ของนั้นจะดูไร้ประโยชน์แค่ไหน ก็สามารถหาเหตุผลได้เป็นสิบๆข้อ อาทิเช่น ตอน ป.2 อยากได้ยางลบก้อนละ 20 บาท ทั้งๆที่ยางลบทั่วไป อันละ 2 บาทมั้ง ก็หาเหตุผลร้อยแปด จนพ่อยอมซื้อให้
10. มีผมหงอกครั้งแรกตอน ป.6 และเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆที่พ่อกับแม่ มีผมหงอกน้อยมาก กว่าจะมีก็ 40 เข้าไปแล้ว หมอบอกว่าแพ้ผม แพ้ยาสระผม แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น (แหงสิ เพราะไม่ได้รักษาอะไร แค่เปลี่ยนยาสระผมเรื่อยๆ) ตอนนี้ก็ยังต้องย้อมผม ปีละ 2 ครั้ง
11. วิธีแก้เครียดของแก้ว ถ้าตอนอยู่สตรีวิทย์ จะเดินไปศึกษาภัณฑ์ ดูเครื่องเขียน ปากกา ดินสอ ซื้อบ้างเล็กน้อย แล้วจะสบายใจขึ้น โตมา ไม่ได้อยู่ใกล้แหล่งเท่าไหร่ ก็จะเอาดินสอไม้มาเหลา หมุนๆมันเข้าไป ให้มันแหลมๆ จะได้เอาไว้แทงคน (ไม่ใช่ละ)
12. ฮิตอ่านหนังสือเป็นพักๆ ช่วงไหนอยากอ่านก็จะอ่านมันเข้าไป แต่พอไม่มีอารมณ์ ก็จะเกิด “กอง ดอง เบลอ” (กองหนังสือที่ดองจนเบลอ ว่าตูซื้อมาเมื่อไหร่ฟะ – ขอบคุณคำนิยามที่ตรงใจจากคุณหลาจี่ค่ะ) นี่ก็ใกล้งานหนังสืออีกแล้ว ของเก่ายังไม่จบเลย เฮ้อ
13. ตัดเล็บด้วยกรรไกรตัดเล็บไม่ค่อยเป็น ก็พอได้ แต่ไม่ค่อยชอบ เลยใช้กรรไกรธรรมดาๆที่ตัดกระดาษนี่แหล่ะ มาตัดเล็บ ทั้งเล็บมือเล็บเท้า ที่ชอบเพราะว่า มันโค้งมนได้ดั่งใจ ไม่ต้องมาตะไบอีก
14. เด็กๆ เดินเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น เพราะแม่เป็นพยาบาล แต่ไม่ได้ช่วยให้อยากเป็นหมอเพิ่มมากขึ้นเลย สุดท้าย เลยมีแต่พี่สาวที่เป็นหมอ ส่วนแก้วก็เป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่อย่างนี้ ชักเริ่มรู้สึกว่าคิดผิดแลวล่ะสิ
15. เป็นคนที่กลัวเลือดมากๆ ไม่ว่าจะเป็นเลือดตัวเองหรือเลือดคนอื่น (ยกเว้นประจำเดือน อันนี้ไม่ค่อยกลัว) เห็นแล้วจะเป็นลม ใจมันหวิวๆ นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ไม่อยากเป็นหมอ
16. อยากมีพี่ชาย .... มีแต่พี่สาวมาตลอด เลยอยากได้คนไว้คอยปกป้องดูแล เคยมีคนมาจีบ แต่ขอเค้าว่า ไม่เป็นแฟนนะ เป็นพี่เป็นน้องกันได้ไหม เลยโดนสวนว่า ใครอยากเป็นพี่น้องกับเธอ ตึง ... (แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เป็นอะไรกันค่ะ)
17. เป็นคนที่ sense เรื่องการขับรถแย่มากๆ ไปถูกนะ แต่ก่อนถึง ต้องมีอะไรมาดลใจ ให้เลยไป หรือไปอีกทางทุกที ก็เลยหลงเป็นว่าเล่น แล้วยังเป็นคนที่บอกทางไม่ได้เรื่องมากๆ แต่แปลกที่แต่ก่อนเวลาไปต่างจังหวัด พ่อชอบให้ดูแผนที่ ... เหมือนว่าถ้าเป็นต่างจังหวัดล่ะ ไม่เป็นไร แต่ในเมืองเมื่อไหร่ หลงกระจายตลอด
18. ชอบไปเที่ยวเอง ไม่ชอบไปกับทัวร์ ไม่ชอบเที่ยวช่วงเทศกาล ไม่ชอบคนเยอะ ไม่ชอบช้อป ไม่ชอบรอคนอื่น ชอบถ่ายรูป ชอบไปกับที่บ้านมากกว่าไปกับเพื่อน เพราะเรารู้แล้วว่าที่บ้านเราชอบแนวไหน ส่วนใหญ่จะเหมือนๆกัน แต่กับเพื่อนนี่ บางคนติดหรู บางคนติดดิน(เกิน) บางคนกินเหล้า บางคนสูบบุหรี่ (สรุปคือเอ็งเรื่องมากนะนี่)
19. จริงๆแล้วชอบสีฟ้ามากที่สุด รองลงมาคือสีชมพู
20. เด็กๆเคยอยากตาย แต่กลัวเจ็บ ไม่รู้จะตายแบบไหนดี รถชนก็เละ โดดตึกก็เละ กินยาตายก็น้ำลายฟูมปาก ดีไม่ดีขึ้นอืดอีก กรีดข้อมืดก็กลัวเลือด .... สุดท้าย ไม่ตายดีกว่า ยิ่งตอนนี้ กำลังใจดีมากๆ ไม่อยากตายแล้ว ^^
21. ตอนเกิดไม่ได้ชื่อ อู่แก้ว คุณพยาบาลใส่มาให้ว่า วลัยลักษณ์ อืม ... เปลี่ยนก็ดี ชื่อประหลาดดี ไม่ค่อยมีใครซ้ำ ทำให้ first impression มักจะเอนไปในด้านที่ดี
22. อดหลับอดนอนไม่ค่อยได้ ถ้าไม่ได้นอนเลย วันรุ่งขึ้นจะอยู่ได้แค่เที่ยงเท่านั้น แล้วจะแบตหมด ต้องนอนยาวถึงสองทุ่มเป็นอย่างต่ำ ตื่นมากิน แล้วนอนต่อถึงเช้า เป็นหลายครั้ง เลยรู้ว่าไม่ work และไม่เหมาะกับการอ่านหนังสือถึงเช้าแล้วไปสอบ เพราะคะแนนจะแย่ยิ่งกว่าไม่ได้อ่านไปสอบ
23. ชอบเล่นผม มากถึงมากที่สุด แต่ไม่ค่อยดีนะ บางทีไปทำในที่สาธารณะ มันไม่งาม ภาพพจน์เสียหาย
24. ข้อนี้ไม่เคยบอก แต่เวลาโกรธกันหรือทะเลาะกัน วิธีที่หายโกรธ(หรือหายบ้า ในกรณีที่วีนซะเอง)ได้เร็วที่สุดคือ การกอด แต่ถ้าเป็นที่สาธารณะ แค่ลูบหัว (เหมือนลูบหัวเด็ก หรือจะลูบหัวหมาก็ได้นะ) ก็ทำให้เย็นลงไปมากแล้ว
25. รู้สึกสนุกทุกครั้งที่ทำ Tag ใครจะหาว่ามันไร้สาระ มันเสียเวลา ก็ช่างเขา แต่ได้ออกกำลังสมอง ได้ออกกำลังนิ้วบ้าง มันก็เพลินดีนะ tag อันนี้ freestyle มากๆ ทำให้คิดถึงตัวเองเยอะขึ้นด้วย แต่ว่า..ไม่มีข้อไหนเขียนถึง Goals เลย .... เนาะ
จบแล้ว .... รู้จักกันมากขึ้นหรือเปล่าคะ ?